การออกแบบและสร้างเซลเพจที่ดีนั้นสำคัญมากๆในการโน้นมน้าวใจผู้เข้าชมให้เกิดเปอร์เซ็นต์การปิดการขายได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังสามารถสื่อสารแบรนด์ดิ้งของเรา จุดยืนของเรา ประโยชน์ที่จะได้รับ พร้อมทั้งทำให้เกิดความเชื่อมั่นจากการเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เราได้ด้วย ซึ่งการจะสามารถทำได้นั้นต้องมีการวางแผนองค์ประกอบของหน้าเว็บไซต์เซลเพจเราให้ดี เพื่อให้ดึงศักยภาพที่เรามีแสดงให้ลูกค้าเห็นได้มากที่สุด
องค์ประกอบที่ควรมีเพื่อช่วยในการปิดการขาย
1. ดีไซน์ Layout และ Theme
ดีไซน์ทั้งหมดในหน้าเซลเพจควรมีการวางแผนเพื่อให้รู้ว่าจะจัดวางข้อมูลส่วนไหนไว้ตรงไหน การวางแผนภาพรวมดีไซน์ทั้งหมดจะทำให้การจัดวางข้อมูลเรียงกันจากบนลงล่างอย่างสมเหตุสมผล ประสบการณ์ของผู้ใช้งานอ่านและสามารถเรียบเรียงเข้าใจสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารได้ตั้งแต่ช่วง เกริ่นนำเพื่อโน้มนาวให้เกิดความสนใจ ช่วงให้ความรู้ หรือช่วงปิดการขาย หากมีการเรียงตัวกันไม่สมเหตุสมผล เซลเพจที่ดึงลูกค้าเข้ามาอ่านได้ก็ไม่สามารถที่จะทำให้ลูกค้าอยู่และใช้บริการได้จริง
มากไปกว่านั้นการวางแผนทั้งหมดยังช่วยทำให้ธีมของเว็บไซต์ตั้งแต่การใช้สี การจัดวางข้อมูล เป็นไปในทิศทางเดียว และทำให้ประสบการณ์การใช้งานมีอารมณ์ไปในทิศทางเดียวกันไม่เกิดการสับสน
2. ประโยคกระตุ้นความอยากรู้
ประโยคแรกที่ผู้เข้าชมเข้ามาอ่านเป็นหนึ่งในปัจจัยกำหนดแรกๆที่จะตัดสินให้ผู้อ่านอยู่ต่อหรือไม่ ดังนั้นเราจึงควรเข้าใจในตัวกลุ่มผู้เข้าชมที่จะเป็นลูกค้าของเราว่าเขากำลังเจอปัญหาอะไรอยู่นั้นก็คือ Pain point ของลูกค้าเพื่อกระตุ้นให้เขารู้สึกว่าเราเข้าใจและกำลังจะมอบทางออกให้ หากมีคำพูดที่สามารถดึงดูดใจผู้อ่านให้อยู่กับเราและรู้สึกว่าเราเข้าใจสิ่งที่เขาต้องการได้ก็จะทำให้เขาสามารถเดินทางไปในขั้นตอนต่อไปได้มากยิ่งขึ้น
3. รายละเอียดสินค้า
หลังจากเรากระตุ้นลูกค้าให้เกิดความสนใจแล้ว ขั้นตอนนี้ก็จะเป็นการอธิบายรายละเอียดสินค้าของเราให้ผู้อ่านเข้าใจว่าสิ่งที่เราจะนำมาแก้ไข ปัญหาของพวกเขาคืออะไร บอกว่าบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่จะได้รับเป็นอย่างไร มีจุดเด่นอะไร และมีขั้นตอนการใช้งานอย่างไรบ้าง
4. รีวิวจากลูกค้า
หลังจากลูกค้าเริ่มเข้าใจผลิตภัณฑ์เรามากขึ้นแล้วก็ต้องเสริมความเชื่อถือให้ลูกค้าไว้วางใจเรามากขึ้นด้วยการเสริมรีวิวลูกค้าที่เคยใช้บริการมาว่าเป็นอย่างไร โดยบางผลิตภัณฑ์อาจจะมีรูปภาพก่อนการใช้งานและหลังบริการเพื่อเป็นปัจจัยเสริมการตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น หรือ อาจจะเป็นแชทจากลูกค้าที่ใช้บริการซื้อของในเฟสบุ๊คเราหรือผ่านในไลน์
5. โปรโมชั่นสินค้า
เพื่อกระตุ้นแรงจูงใจให้มากขึ้นเราอาจจำแบนเนอร์โปรโมชั่นที่น่านสนใจในแต่ละผลิตภัณฑ์ ซึ่งอาจจะมีวันเวลาหมดอายุของโปรโชั่นเพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่อยากพลาดโปรโมชั่นนี้มากขึ้น โดยหากมีการทำตัวอักษรหรือรูปภาพที่น่าสนใจมากขึ้นก็ยิ่งดึงดูดการขานได้มากขึ้น
6. ปุ่ม CTA เพื่อกระตุ้นการสั่งซื้อและวัดการสั่งซื้อ
หลังจากผ่านกระบวนการดึงดูด ให้ความรู้และให้ความเชื่อมั่นลูกค้ามากขึ้น เราก็จำเป็นต้องมีปุ่ม Call to Action (CTA) เช่นปุ่มสั่งซื้อ หรือ ปุ่มติดต่อเลย เหล่านี้ เพื่อทำให้ลูกค้ารู้และเข้าใจว่าหากอยากสั่งซื้อต้องคลิ๊กมาที่ปุ่มนี้เพื่อทำกระบวนการต่อไป เพราะหากไม่มีปุ่มนี้ ถึงแม้ลูกค้าอยากจะซื้อก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าต้องซื้อผ่านช่องทางไหน ทำให้ประสบการณ์การซื้อขายแย่ลง และ ลดเปอร์เซ็นต์การขายไปได้
7. ช่องทางติดต่ออื่น
ท้ายที่สุด เซลเพจก็ควรใส่ช่วงท้ายด้วยช่องทางติดต่ออื่นๆเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าในการติดต่อช่องทางที่สะดวกที่สุดและยังสามารถทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าเรามีตัวตนอยู่จริงๆ เช่นผ่านช่องทาง Social media ใน Facebook, Instagram, Twitter, หรือ เป็นเบอร์โทร
เราเชื่อว่าหากมีการวางแผนและออกแบบประสบการณ์ของลูกค้าให้ดีที่สุดตั้งแต่ช่วงแรกๆแล้ว นอกจากจะทำให้เราได้ลูกค้ามากขึ้น ยังสามารถเพิ่มเปอร์เซ็นต์การปิดการขายได้มากขึ้น ลดการเสียโอกาสเพิ่มลูกค้าจากผู้ชมอื่นๆที่เข้ามา และยังทำให้การสร้างเซลเพจง่ายและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้น
